| คำถามที่พบบ่อย Q : ใครเป็นผู้ค้นพบเจียวกู่หลานเป็นคนแรก
A : ในปี 1976 นักวิจัยชาวญี่ปุ่น วิจัยหาสารที่ให้ความหวานทดแทนน้ำตาลจากพืชธรรมชาติ จนได้ค้นพบคุณสมบัติทางเคมีของพืช สมุนไพรเจียวกู่หลานซึ่งมีสารสำคัญคล้ายที่พบในโสมโดยบังเอิญ ต่อมาก็เริ่มมีการคิดค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศพบว่าเจียวกู่หลานเป็นสมุนไพรที่ใช้รับประทานเป็นประจำได้ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้นหรือสกัดออกมา โดยจะประกอบด้วยตัวยา 50 ชนิด ซึ่งมีตัวยาที่เหมือนโสมคน 4 ชนิด ได้แก่ GinsenosidesRb1 Rd และ F3 รวมอยู่ด้วย ดังนั้น เจียวกู่หลาน ไม่เพียงมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับโสมคนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวล ซึ่งต่างจากโสมคน หากใช้เกินขีดปริมาณที่กำหนดอาจเกิดผลข้างเคียงได้
Q : ทำไมภาครัฐจึงให้ความสนใจสมุนไพรเจียวกู่หลาน
A : ภาครัฐของไทยให้ความสนใจในพืชเจียวกู่หลานเนื่องจากคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพของพืชชนิดนี้เป็นต้นว่า ในปีพ.ศ. 2544 คณะกรรมการความร่วมมือด้านสาธารณสุขไทย-จีน ได้ทำการทดลองปลูกเจียวกู่หลานพันธ์ไทยและพันธ์จีน ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย พบว่าเจียวกู่หลานสายพันธ์จีนจะมีสารสำคัญสูงกว่าและเจริญเติบโตได้ดีกว่าสายพันธุ์ไทยมาก โดยมีสารสำคัญร้อยละ 18-19 ขณะที่สายพันธุ์ไทยมีสารสำคัญเพียงร้อยละ 12-13 เนื่องจากความแตกต่างกันของสายพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ปลูก และ สภาพแวดล้อมของพื้นที่ปลูก และปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังวิจัยการใช้ประโยชน์จากพืชเจียวกู่หลานเพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์อีกด้วย
Q : คุณสมบัติเด่นของเจียวกู่หลานคืออะไร
A : เซียนเฉาเจียวกู่หลาน มีสารสำคัญ Gypenosides ที่ให้สรรพคุณเช่นเดียวกับสารสำคัญในโสมแต่มีปริมาณมากกว่าสามเท่าตัวรวมทั้งกรดอะมิโนที่สำคัญต่อการทำงานของร่างกายหลายชนิดจึงทำให้เซียนเฉาเจียวกู่หลานมีคุณลักษณะเด่นสองประการคือ Adaptogen ( มีความสามารถในการปรับสมดุลของร่างกาย) และ Antioxidant (มีฤทธิ์สูงมากในการป้องกันอนุมูลอิสระ) และสามารถดื่มได้แม้กระทั่งผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
Q : มีข้อจำกัดในการดื่มหรือไม่
A : การได้ดื่มเซียนเฉาเจียวกู่หลาน 1-2 ซองต่อวัน ทุกๆวันจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น และ กระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพเดิมของร่างกายว่ามีความแข็งแรงหรือไม่อย่างไร หากสภาพร่างกายไม่แข็งแรงเจียวกู่หลานจะเข้าไปปรับสภาพร่างกายก่อนเป็นอันดับแรก โดยสามารถดื่มแทนน้ำได้โดยไม่ต้องกังวลอาการข้างเคียงเหมือนรับประทานโสม
Q : ทำไมเซียนเฉาเจียวกู่หลานจึงแตกต่างจากเจียวกู่หลานอื่นๆ
A : เซียนเฉาเจียวกู่หลาน ได้จากเจียวกู่หลานที่ขึ้นโดยธรรมชาติบนพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากพื้นดินเต็มไปด้วย ฟอสซิลที่เกิดจากการสะสมของซากพืชซากสัตว์นับพันๆปี ณ. เทือกเขาเย้า มณฑลกวางสี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เจียวกู่หลานที่ขึ้นในบริเวณนี้จะมีสาร Gypenosides สูงกว่าเจียวกู่หลานจากบริเวณอื่น จนได้รับสมญานามว่า ราชาแห่งเจียวกู่หลาน และได้รับการรับรองว่าเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและยาจากเจียวกู่หลานแต่เพียงรายเดียวในประเทศ กระบวนการผลิตก็ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ ISO 9001 จาก SGS
Q : ทราบข่าวว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขกำลังทำการวิจัยเจียวกู่หลาน
A : ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประเทศไทย ให้ความสนใจเพราะเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพในการรักษาโรคสูง เหมาะต่อการพัฒนาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพาณิชย์ได้ดี และขณะนี้ ทางสถาบันวิจัยสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดเจียวกู่หลาน พบว่าตัวยาที่สกัดได้แสดงฤทธิ์ยับยั้ง เอนไซม์ HIV ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เชื้อเอชไอวีใช้ในการเพิ่มจำนวน และมีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกันในหลอดทดลองได้ดี เมื่อทำการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน และพิษเรื้อรังของสารที่สกัดได้ในสัตว์ทดลองก็พบว่ามีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังได้ทำการทดลองในอาสาสมัครโดยการให้รับประทานสารสกัดในรูปของแคปซูลก็พบว่ามีความปลอดภัย จึงเห็นควรสนับสนุนการนำสมุนไพรนี้ มาใช้ประโยชน์ในระบบบริการสุขภาพ |