Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
dot
จดหมายข่าว

dot
dot
สาระควรรู้เกี่ยวกับเจียวกู่หลาน
dot
bulletข้อมูลเกี่ยวกับ..เจียวกู่หลาน..
bulletปริมาณที่ควรดื่ม
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletวิธีการชงดื่มเซียนเฉาเจียวกู่หลาน
bulletเซียนเฉา.....กับเบาหวาน
bulletเซียนเฉา....กับไขมันในเลือด
bulletเซียนเฉา....กับโรคหัวใจ
bulletเซียนเฉา...กับโรคไตวาย
bulletเซียนเฉา.....กับมะเร็ง
bulletเซียนเฉา......กับสมอง
bulletเซียนเฉา...กับแผลในกระเพาะ
bulletเซียนเฉา..ปกป้องตับ
bulletเจียวกู่หลาน..ความเป็นพิษ
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ
dot
bulletเกาะกระแสสุขภาพ
bulletโรคเบาหวานอันตราย
bulletรวมบทความที่น่าสนใจจ้า
dot
สาระเผื่ออยากรู้
dot
bullet ชาเขียว VS. เจียวกู่หลาน
bulletอันตรายที่แฝงไว้ในชาเขียว
bulletเดิน....เพื่อสุข(ภาพ)
bulletสุขภาพดี
dot
แวะทักทายกันก่อน
dot
bulletบอกเล่าเก้าสิบ
bulletเผื่อ..อยากเป็นตัวแทน
bulletแชร์ประสบการณ์
bulletรายการโปรโมชั่น
bulletปฎิทินการออกร้าน
dot
แบ่งปันความสุข
dot
bulletเกร็ด....ของความสุข
dot
เว็บบอร์ด (WEB BOARD)
dot
bulletเว็บบอร์ด
bulletรายการสินค้าที่ท่านสั่งซื้อ
dot
เซียนเฉา..หาไม่ยาก
dot
bulletเซียนเฉา..หาไม่ยาก
bulletแผนที่ร้านพันธมิตร




เซียนเฉา.....กับเบาหวาน

โรคเบาหวาน

             ปัจจุบันนี้ผู้คนมีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวเนื่องในปริมาณที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะในประเทศเราหรือต่างประเทศ ซึ่งโรคเบาหวาน ก็คือโรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งโดยปกติแล้วหลังจากที่เรารับประทานอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต) ร่างกายจะย่อยจนได้กลูโคส (ซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่ง) และเลือดก็จะพากลูโคสไหลเวียนไปทั่วร่างกาย นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพื่อปรับระดับน้ำตาลให้เข้าสู่ระดับปกติ ตับอ่อนของเราจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาจัดการนำน้ำตาลทีเกิดขึ้นเข้าไปเผาผลาญเพื่อเป็นพลังงานแก่เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะลดลงได้หลังจากนั้น  คนปกติจะมีระดับน้ำตาลระหว่าง 65-110 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และมี 120-140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหลังจากทานอาหาร 1 – 2 ชั่วโมง

ในกรณีที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) อาจจะพบอาการ เหงื่อออกมาก ตัวสั่น ปวดศรีษะ เวียนศรีษะ และหิว และอาจจะทำให้ นอนไม่หลับ หรือไม่ก็ฝันร้าย ไม่มีความรู้สึกรอบๆปาก และ ขาดสมาธิ ถ้าเป็นมากๆจะทำให้เป็นลม หมดสติจนอาจจะเกิดอาการโคม่าได้ เพื่อป้องกันปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรต้องรับประทานอาหารแต่ละมื้อไม่ต้องมาก แต่ทานบ่อยๆจะดีกว่า  และควรพบแพทย์เป็นประจำ

กรณีที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง(Hyperglycemia) ซึ่งเป็นอาการส่วนใหญ่ของผู้ที่เป็นเบาหวาน ถ้าไม่ได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เกิดความเสื่อมต่ออวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่น ไต ดวงตา เส้นประสาทถูกทำลาย ปัญหาที่เท้าและผิวหนัง โรคหัวใจ และโรคในช่องปาก  การควบคุมระดับน้ำตาลต้องทำหลายๆอย่างควบคู่กัน เช่น ต้องเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ออกกำลังกายบ้าง ทานยา และพบแพทย์เป็นประจำ ทางที่ดีคือจะต้องตรวจวัดระดับน้ำตาลวันละ 4 ครั้ง (ฝรั่งเค้าแนะนำให้ทำ) ถึงแม้บางครั้งร่างกายเราอาจจะรู้สึกว่าเรายังแข็งแรง วัดระดับน้ำตาลได้ประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แต่ให้สังเกตอาการร่วมคือ ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย ปากแห้งกระหายน้ำ สายตาพร่า ชาตามปาก มือและเท้า และอ่อนเพลีย

ผู้ที่เป็นเบาหวานทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว จะไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างปกติ เราแบ่งผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานออกเป็นสองกลุ่มคือ 
กลุ่มที่หนึ่ง ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เลย มักพบอาการตั้งแต่วัยเด็กเนื่องจากการผิดปกติของอวัยวะและแพทย์ก็จะรักษาด้วยการให้ฉีดอินซูลินทุกวัน และ 
กลุ่มที่สอง ร่างกายสร้างได้บ้างแต่ไม่ปกติ หรือ ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินที่สร้างขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีความเสี่ยง เช่นผู้ทีมีคุณพ่อคุณแม่เป็นเบาหวาน จำเป็นต้องทำการควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการรักษา เช่น

  • เลิกบุหรีซะเถอะ เพราะบุหรี่จะเร่งให้เกิดโรคหัวใจเพิ่มเติมมากขึ้น
  • เลือกรับประทานอาหาร เช่น ทานผักผลไม้ที่ไม่ค่อยหวานเพิ่มขึ้น ทานธัญพืช ดื่มนมไขมันต่ำ ทานปลา ลดเนื้อสัตว์ ลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลลง อย่าทานอาหารรสเค็มมากนัก ลดอาหารที่มีไขมันสูงด้วยนะคะ
  • ทำร่างกายให้กระฉับกระเฉง เดินให้มากขึ้น ออกกำลังกายให้เหมาะสม อย่าหักโหม ไม่ว่าจะ เล่นกีฬา เต้นรำ ทำสวน ทำงานบ้าน ซึ่งจะช่วยทั้งเรื่องคุมน้ำตาล  ลดคลอเรสเตอรอล  ลดความดันเลือด  และกระตุ้นให้เนื้อเยื่อไวต่อฮอร์โมนอินซูลิน ช่วยเรื่องการหมุนเวียนของเลือดให้ดีขึ้นด้วย ท่านที่น้ำหนักตัวเกินมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นนะคะ ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายลดลง ความไวต่ออินซูลินของเนื้อเยื่อก็จะลดลงด้วย
  • พยายามลดความเครียดด้วยค่ะ เพราะว่าร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อให้จัดการกับความเครียด ซึ่งจะทำให้ร่างกายเรามีระดับน้ำตาลที่สูงขึ้น ทราบค่ะว่ายาก ลองทำเถอะเพื่อตัวเองทั้งนั้น ลองหาสาเหตุที่ทำให้เราเครียด เร่าร้อน ถ้าเราเครียดเรื่องงาน เราควรจัดลำดับความสำคัญของงานงานด่วนงานสำคัญ แล้วอย่าผลัดวันประกันพรุ่งล่ะ เดี๋ยวเครียด กลับบ้านแล้วลองนั่งเงียบๆสูดลมหายใจลึกๆ เปิดเพลงบรรเลงเบาๆ นั่งสมาธิ เล่นโยคะ นวดอโรมาเทอราปี้ อะไรก็ได้ที่คุณๆชอบ และที่สำคัญ ลองคิดในทางที่ดีเถอะ อาจจะทำให้เราเห็นความสนุกใหม่ๆท่ามกลางสภาพเร่งรีบปัจจุบัน
  • หมั่นตรวจสุขภาพนะคะ อย่างน้อยปีละครั้ง อย่าชะล่าใจไปว่าเราอายุยังน้อยอยู่  ถ้าเราหมั่นตรวจดูและรักษาสุขภาพร่างกายนับแต่วันนี้ ก็ถือเป็นการที่เราซื้อหลักประกันสุขภาพให้กับตัวคุณเองได้ก่อนล่วงหน้า บางท่านเพิ่งจะมาดูแลสุขภาพ ผลของมันจะไม่ดีเท่าที่ท่านเริ่มดูแลตั้งแต่ร่างกายยังไม่เสื่อมโทรมแน่นอนค่ะ

มีรายงานการวิจัยทางเภสัชวิทยาของเจียวกู่หลาน ซึ่งตีพิมพ์ในจุลสารข้อมูลสมุนไพร ของ คณะเภสัขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปีที่23 ฉบับที่2 มกราคม 2549 เกี่ยวกับฤทธิ์ในการ  ลดน้ำตาลในเลือด สรุปได้ดังนี้

มีการทดลองให้สารสกัด Gypenosides ของเจียวกู่หลาน ขนาด 0.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และเมื่อใช้ความเข้มข้นของสารประมาณ 40-80 ppm พบว่าสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในตับอ่อนของหนูขาวได้ดีกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบันที่นิยมใช้ มีการจะสิทธิบัตรยาเม็ดของสมุนไพรจีนซึ่งมีเจียวกู่หลานเป็ฯส่วนประกอบหนึ่งว่าสามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานได้

 

การดื่มเซียนเฉาเจียวกู่หลานเป็นประจำจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ เนื่องจากเซียนเฉาเจียวกู่หลานมีสารสำคัญ gypenosides รวมทั้งกรดอะมิโนอีกหลายชนิดในปริมาณที่สูง ซึ่งช่วยทำให้เซลล์ของตับอ่อนแข็งแรงขึ้น สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินออกมาได้มากขึ้น อินซูลินทำหน้าที่นำน้ำตาลเข้าไปเผาผลาญในเซลล์เพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย ดังนั้นระดับน้ำตาลในเลือดจึงลดลงเข้าสู่ระดับปกติโดยไม่มีอาการหวิว ใจสั่น วิงเวียนคล้ายจะหน้ามืดเป็นลม เหมือนผู้ที่มีอาการระดับน้ำตาลในเลือดต่ำทั่วไป


 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Title Animations