Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
dot
จดหมายข่าว

dot
dot
สาระควรรู้เกี่ยวกับเจียวกู่หลาน
dot
bulletข้อมูลเกี่ยวกับ..เจียวกู่หลาน..
bulletปริมาณที่ควรดื่ม
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletวิธีการชงดื่มเซียนเฉาเจียวกู่หลาน
bulletเซียนเฉา.....กับเบาหวาน
bulletเซียนเฉา....กับไขมันในเลือด
bulletเซียนเฉา....กับโรคหัวใจ
bulletเซียนเฉา...กับโรคไตวาย
bulletเซียนเฉา.....กับมะเร็ง
bulletเซียนเฉา......กับสมอง
bulletเซียนเฉา...กับแผลในกระเพาะ
bulletเซียนเฉา..ปกป้องตับ
bulletเจียวกู่หลาน..ความเป็นพิษ
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ
dot
bulletเกาะกระแสสุขภาพ
bulletโรคเบาหวานอันตราย
bulletรวมบทความที่น่าสนใจจ้า
dot
สาระเผื่ออยากรู้
dot
bullet ชาเขียว VS. เจียวกู่หลาน
bulletอันตรายที่แฝงไว้ในชาเขียว
bulletเดิน....เพื่อสุข(ภาพ)
bulletสุขภาพดี
dot
แวะทักทายกันก่อน
dot
bulletบอกเล่าเก้าสิบ
bulletเผื่อ..อยากเป็นตัวแทน
bulletแชร์ประสบการณ์
bulletรายการโปรโมชั่น
bulletปฎิทินการออกร้าน
dot
แบ่งปันความสุข
dot
bulletเกร็ด....ของความสุข
dot
เว็บบอร์ด (WEB BOARD)
dot
bulletเว็บบอร์ด
bulletรายการสินค้าที่ท่านสั่งซื้อ
dot
เซียนเฉา..หาไม่ยาก
dot
bulletเซียนเฉา..หาไม่ยาก
bulletแผนที่ร้านพันธมิตร




เดิน..เพื่อสุข(ภาพ) article

     

"ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" สัจธรรมคำกล่าวที่ลึกซึ้งกินใจ ถ้อยคำนี้ยังคงมีความหมายให้ข้อคิดแก่ผู้คนทุกยุคทุกสมัย สอดคล้องกับความจริงที่ว่า...ยามใดที่เราเจ็บป่วย ยามนั้นย่อมทำให้เราไม่มีความสุข

เพราะเหตุนี้การคิดค้นหาวิธีหยุดยั้งอาการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ของมนุษย์จึงเกิดขึ้น โดยความร่วมมือของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของผลงานวิจัย การคิดค้นตัวยา หรือการศึกษารวบรวมข้อมูล เฉกเช่นเดียวกับผลงานของทีมแพทย์ สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาฯ กับการรวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “การเดินเสริมสร้างสุขภาพ” โดยได้รับทุนสนับสนุนจากเครือข่ายวิจัยสุขภาพ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และ สกว.

“ด้วยสถิติตัวเลขที่นับวันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ของคนไทยซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเส้นเลือดในสมองตีบ เบาหวาน มะเร็ง รวมถึงโรคอ้วน อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ตลอดจนการไม่นิยมออกกำลังกาย ชอบความสบาย นั่ง ๆ นอน ๆ น่าจะถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีเวลา แต่เราก็สามารถเริ่มต้นจากกิจกรรมทางกายที่ง่าย และสะดวก แถมไม่ต้องเสียสตางค์ไปซื้อหาแลกเปลี่ยน นั่นก็คือ การเดิน”

ผศ.น.พ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าทีมแพทย์ผู้ทำการศึกษาค้นคว้าเรื่องคุณประโยชน์ของการเดิน ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บ พร้อมบอกเล่าถึงคุณประโยชน์ของการเดิน ลักษณะการเดินที่ปลอดภัย และมีผลดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเราว่า...

การเดิน นับเป็นกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายที่สามารถทำได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกเวลา คุณประโยชน์ของการเดินต่อสุขภาพ จากการศึกษาวิจัยและติดตามผลของคณะแพทย์ชาวสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นพบว่า การเดินช่วยป้องกัน และลดอัตราการเกิดโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้ป่วยได้ถึง 7 โรค ได้แก่ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันผิดปกติ โรคหัวใจและหลอดเลือด อัมพาต และมะเร็ง

ผู้หญิงที่เดินเร็วทุก ๆ 1 ชั่วโมงต่อวัน จะ ลดโอกาสเป็นโรคอ้วน ได้ถึง 24% และ ลดโอกาสเป็นโรคเบาหวาน 34% ขณะเดียวกันผู้หญิงที่เดินมากกว่า 3 ชั่วโมง 18 นาทีต่อสัปดาห์ จะสามารถ ลดความเสี่ยงในการเป็นอัมพาต ได้ถึง 34% และ ลดโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ 35% เมื่อเทียบกับผู้ที่เดินน้อยกว่า 12 นาทีต่อสัปดาห์

ผู้ชายที่เดินน้อยกว่า 1.6 กิโลเมตรต่อวัน จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับอ่อนได้เกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ชายที่เดินมากกว่า 3.2 กิโลเมตรต่อวัน นอกจากนี้จากราย งานการวิจัยยังพบว่า การเดิน มีคุณสมบัติ ช่วยลดระดับไขมันไม่ดี ลงได้ประมาณ 5-6% และการเดินเร็วยังช่วยเพิ่มไขมันดี และสามารถ ควบคุมน้ำหนัก ตัวให้คงที่ได้ แม้จะรับประทานอาหารในสัดส่วนเท่าเดิม

รูปแบบของการเดิน และความถี่ในการเดิน สำหรับ ประชาชนทั่วไป รวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ควรเดินอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงต่อวันทุกวัน หรือ 3-4 วันต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งที่เดินควรจะติดต่อกันนานกว่า 10 นาที ผู้ที่ไม่เคยเดิน หรือออกกำลังกายเป็นประจำ ควรเริ่มจากการเดินช้า และค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลา เช่น เดินเพิ่มขึ้นวันละ 1 นาทีทุกวัน จนเดินติดต่อกันได้นาน 10 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนครั้งที่เดิน เป็นเดินติดต่อกันครั้งละ 10 นาที วันละ 2 ครั้ง แล้วเพิ่มเป็นวันละ 3,4,5 ถึง 6 ครั้ง

ในด้าน ความปลอดภัยสำหรับการเดิน ขณะเดินควรสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมป้องกันการลื่นหกล้ม หลีกเลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยว บริเวณที่จอดรถ หรือมีพุ่มไม้ต้นไม้ทึบ ไม่นำสิ่งของมีค่าติดตัวไปขณะเดิน เพื่อป้องกันการปล้นจี้ ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ภูมิแพ้ หรือภาวะฉุกเฉินบางอย่าง ควรมีเอกสารแสดงไว้กับตัว และถ้าเป็นไปได้ ควรมีเพื่อนไปเดินออกกำลังกายด้วยเสมอ

สนใจดูแลสุขภาพ อยากเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้าย ๆ หันมาให้ความสำคัญกับ “การเดิน” เสียแต่วันนี้...
เพราะนี่แหละ...กิจกรรมออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ และสะดวก
วันนี้...คุณเดินครึ่งชั่วโมงแล้วหรือยัง?.




ทำเพื่อสุข(ภาพ)

รวมบทความที่น่าสนใจจ้า article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Title Animations