ข้อมูลเกี่ยวกับเจียวกู่หลาน  เจียวกู่หลานมีคุณประโยชน์หลากหลายต่อร่างกาย เราควรมาทำความรู้จักกับเจียวกู่หลานให้มากขึ้น ดังนั้นเราจึงรวบรวม ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจียวกู่หลานเพื่อให้ท่านที่เข้ามาแวะเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราดังต่อไปนี้ค่ะ
- ชื่อเรียกต่างๆของเจียวกู่หลาน
- ลักษณะทางกายภาพและแหล่งกำเนิด
- การนำไปใช้ประโยชน์
- การเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์
- การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
- โรคที่เจียวกู่หลานสามารถบรรเทาได้
- งานวิจัย
- สารสำคัญและผลวิจัยปริมาณที่ให้ผลเชิงรักษาโรค Active Ingredient and Dose.pdf
1. ชื่อเรียกต่างๆของเจียว กู่หลาน
- ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum Makino
- เป็นพืชในวงศ์ Cucurbitaceae
- คนจีนนิยมเรียกว่า เจียวกู่หลาน (Jiaogolan) หรือ ซีเย่ตั่น หรือเซียนเฉา แปลว่า สมุนไพรอมตะ หรือ โสมใต้ (Southern Ginseng)
- คนไทยเรียกว่า ปัญจขันธ์ หมายถึงบำรุงขันธ์ห้าบางครั้งเรียกโสมคน
- ญี่ปุ่น คือ อมาชาซูรู แปลว่าชาหวานจากเถา
- ประเทศทางตะวันตก เรียกเป็นภาษาอังกฤษหลายชื่อ เช่น Miracle glass (หญ้ามหัศจรรย์) หรือ Southern ginseng (โสมภาคใต้) หรือ 5-Leaf ginseng (โสมห้าใบ)
ดังนั้น ปัญจขันธ์ จึงนับว่าเป็นหญ้าสารพัดชื่อที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
กลับข้างบน
2. ลักษณะทางกายภาพและแหล่งกำเนิด
เป็นพืชล้มลุกชนิดไม้เถา เลื้อยขนานกับพื้นดิน รากงอกตามข้อ มีใบ 3-7 ใบขึ้นอยู่กับสายพันธ์ มีขนอ่อนเล็กๆสีขาวปกคลุมที่ใบทั้งด้านบนและด้านล่าง ดอกแยกเพศ ขนาดเล็กสีเขียวอมเหลือง ผลกลม เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ ภายในมีเมล็ด 3-4 เมล็ด ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด แต่นิยมใช้เถาปักชำ ในฤดูฝนจะหยุดเจริญเติบโต แต่ส่วนใต้ดินยังเจริญอยู่ มักพบในภูมิภาคเขตร้อนเขตอบอุ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต่อมามีการกระจายพันธุ์ไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นอื่นๆทั่วโลก สามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ชอบอากาศเย็น พื้นที่ควรสูงจากระดับน้ำทะเล 300-3,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ขึ้นได้ตามภูเขา หุบเหว สองฟากทางที่มีความชื้นสูง ความชื้นสัมพันธ์มากกว่าร้อยละ 80 มีปริมาณแสงประมาณร้อยละ 40-60 ลักษณะดินที่ปลูกมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนหรือด่างอ่อน และ มีความสมบูรณ์
ในสาธารณประชาชนจีนพบเจริญงอกงามอยู่ตามแถบภูเขาฉินหลง และเขตมณฑลทางใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีรายงานการสำรวจพบพืชชนิดนี้ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ทางภาคเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ.2465ที่ดอยอินทนนท์ แต่ไม่ปรากฏการใช้ประโยชน์ที่แพร่หลาย ปัจจุบันปลูกในจังหวัด เชียงใหม่ ชัยภูมิ นครราชสีมา จันทบุรี ระยอง ราชบุรี และสระแก้วแต่ยังไม่แพร่หลายนัก เพราะมีปัญหาเรื่องความแข็งแรงของต้นพันธุ์ อีกทั้งเป็นพืชล้มลุกและตายง่าย วิธีการปลูกเจียวกู่หลานให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีในการปลูกบนพื้นที่ขนาดใหญ่ คือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากส่วนใบ
กลับข้างบน
3. การนำไปใช้ประโยชน์
จะใช้ส่วนที่อยู่เหนือดินทั้งก้านและใบ คุณค่าของสารสำคัญและรสชาติของเจียวกู่หลานขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ปลูกเจียวกู่หลานที่ขึ้นตามธรรมชาติจะมีปริมาณของสารสำคัญสูงสุดและมีรสชาติเข้มข้น ส่วนที่ปลูกจะมีรสหวาน กว่า
เจียวกู่หลานมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นที่รู้จักของชาวจีนตั้งแต่อดีตเป็นอย่างดี มีคุณประโยชน์ที่พร้อมสรรทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกาย มีประวัติการใช้มายาวนานในประเทศจีนและญี่ปุ่น เช่น ในจีน ใช้ทั้งต้น เป็นยาแก้การอักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง เดิมเจียวกู่หลานใช้รับประทานแก้หิวยามกระหาย ใช้เป็นยาแก้ไอและแก้ร้อนใน ต่อมาก็เริ่มมีการคิดค้นคว้าวิจัยและพัฒนาใช้เจียวกู่หลานในการผลิตยาและเหล้า รวมถึงเป็นอาหารเสริม
จากการศึกษาด้านคลินิกและด้านเภสัชทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศพบว่าเจียวกู่หลานเป็นสมุนไพรที่ใช้รับประทานเป็นประจำได้ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้นหรือสกัดออกมา โดยจะประกอบด้วยตัวยากว่า 50 ชนิด ซึ่งมีตัวยาที่เหมือนโสมคน 4 ชนิด ได้แก่ Ginsenosides Rb1 Rd และ F3 รวมอยู่ด้วย ดังนั้น เจียวกู่หลาน ไม่เพียงมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับโสมคนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวล ซึ่งต่างจากโสมคน หากใช้เกินขีดปริมาณที่กำหนดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ปัจจุบันมีการใช้เป็นสมุนไพร ในรูปแบบชาชงสมุนไพร บำรุงร่างกาย และใช้เป็นอาหารสุขภาพ สำหรับในประเทศไทย มีบันทึกการใช้ประโยชน์ปัญจขันธ์ในยาพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าลาหู่ ใช้ทั้งต้นเป็นยาพอกรักษาแผล รักษากระดูก และอาการปวดกระดูก
กลับข้างบน
4. การเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์
ปลูกโดยปล่อยทอดเถานอนบนแปลงดินดีกว่าเกาะไม้ เพราะกิ่งก้านจะพันกันทำให้เก็บเกี่ยวยาก ควรปลูกในฤดูหนาวและทยอยเก็บเกี่ยวจนได้ถึงต้นฤดูฝน ชอบอากาศเย็นชุ่มชื้น อุณหภูมิประมาณ 13 - 20 องศา แสงสว่างรำไร ๆ ไม่ชอบชื้นแฉะ และ อากาศร้อน ไม่ชอบสารเคมีทุกชนิด ควรขยายพันธุ์โดยการปักชำ การพิจารณาเลือกกิ่งพันธุ์ ให้เลือกที่กิ่งแก่พอประมาณโดยนับจากโคนมาประมาณ 3 4 ใบ ใช้ส่วนนั้นเป็นกิ่งพันธุ์
วิธีการขยายพันธุ์ / วิธีการปลูก นำดินร่วน ร่อนให้ได้เฉพาะดินละเอียดจริง ๆ ตักใส่ถุงเพาะชำพรมน้ำให้ชุ่มชื้นทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ต่อจากนั้นใช้ไม้ปักนำร่องเป็นทางให้กิ่งปักชำลงไปในถุง นำไปไว้ในโรงเรือนอนุบาลที่มีหลังคาพรางแสงคลุมด้วยพลาสติกอีกชั้น เพื่อป้องกันฝน ถ้ารอบ ๆ เรือนอนุบาลมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมด้วยยิ่งดี เพราะต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้อาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่และอากาศที่เย็น ๆ ต่อจากนั้นใช้เวลาประมาณ 15 วันถึง 1 เดือนจึงนำไปปลูกในแปลงดินที่ต้องเป็นดินร่วนปนทราย พรวนดินให้ละเอียดแล้วคลุกด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ถ้าเป็นมูลค้างคาวได้ยิ่งเป็นการดี จากนั้นคอยรดน้ำใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 15 วันต่อครั้ง คอยดูแลกำจัดวัชพืช ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุได้ 4 5 เดือนในการปลูกรุ่นหนึ่งๆ
กลับข้างบน
5. การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมมือกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จ.เชียงใหม่
ทำการทดลองปลูกพืชสมุนไพรดังกล่าวในเขตพื้นที่ 5 สวนป่าทางภาคเหนือขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งได้แก่ สวนป่าหลวงสันกำแพง สวนป่าแม่แจ่ม สวนป่าแม่หอพระ สวนป่าบ้านหลวง จังหวัดเชียงใหม่ และสวนป่าแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งการทดลองปลูกเจียวกู่หลานในพื้นที่ดังกล่าวนั้น จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างสายพันธุ์จีนกับสายพันธุ์ไทย เพื่อศึกษาตัวสมุนไพรและเอกลักษณ์ของสารที่อยู่ในตัวสมุนไพร โดยการดำเนินงานในแต่ละสวนจะใช้พื้นที่ 40 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งโดยแยกปลูกพันธุ์ไทยและพันธุ์จากประเทศจีน คือ สายพันธุ์ไทยโครงการหลวง 20 ตารางเมตร และสายพันธุ์จากประเทศจีน 20 ตารางเมตร
นอกจากนี้ยังมีการทดลองปลูกเปรียบเทียบกันใน 5 จังหวัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ใดเหมาะสมที่จะปลูกเจียวกู่หลาน หลังจากปลูกสมุนไพรชนิดนี้เป็นเวลา 2 เดือนพบว่า เจียวกู่หลานพันธุ์จีนเจริญเติบโตดีกว่าพันธุ์ไทย ในภาคกลางให้ใบงอกงามดีกว่าภาคอื่น ๆ หลังจากได้เก็บใบเจียวกู่หลานทั้ง 2 พันธุ์มาตรวจสอบสารสำคัญพบว่า พันธุ์จีนมีสารสำคัญร้อยละ 18-19 ส่วนพันธุ์ไทยมีสารสำคัญร้อยละ12-13 โดยใบที่งอกงามดีมีสารสำคัญน้อยกว่าใบที่ไม่ค่อยสวย พื้นที่ภาคเหนือมีสารสำคัญมากกว่าภาคอื่น ๆ เบื้องต้นหากจะปลูกเจียวกู่หลานควรเลือกพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย
จากการได้นำทุกส่วนของเจียวกู่หลานที่ปลูก มาสกัดและทดสอบสรรพคุณทางเภสัชวิทยา พบว่าสามารถเพิ่มการแบ่งตัวของลิมโฟซัยท์ ซึ่งมีส่วนเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย และในการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระพบว่ามีฤทธิ์ต้าน ดังนั้นจึงมีคุณภาพที่จะส่งเสริมเพื่อผลิตเป็นวัตถุดิบ สำหรับการนำไปใช้ประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและเป็นยาได้ นอกจากนี้ได้ทำการทดสอบความปลอดภัยในอาสาสมัครปรกติแล้ว พบว่า มีความปลอดภัยต่อร่างกาย ซึ่งการศึกษาวิจัยพบว่า สมุนไพรเจียวกู่หลาน มีสรรพคุณใช้บำรุงร่างกาย ระงับประสาทช่วยให้นอนหลับ ลดความตื่นเต้น ลดความดันในโลหิต ลดระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ฟอสฟอไลปีดและกรดไขมันอิสระ คุมระดับน้ำตาลในเลือดเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชรา ยืดอายุของเซลล์ เพิ่มจำนวนอสุจิ รักษาโรคปวดหัวข้างเดียว ช่วยควบคุมน้ำหนัก ได้โดยไม่ต้องอดอาหาร และช่วยสร้างภูมิต้าน ทานโรคต่าง ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการควบคุมการแพร่การเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด รวมทั้งสามารถยับยั้งการทำงานของเชื้อ HIV มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ทั้งนี้ปัญจขันธ์เป็นสมุนไพร 1 ใน 15 ชนิด ที่สามารถขอจดทะเบียนเป็นชาชงสมุนไพรได้ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และสามารถส่งจำหน่ายไปยังต่างประเทศได้ โดยในทางการค้าเป็นที่รู้จักแพร่หลายในตลาดโลกมาหลายปีแล้วในชื่อการค้า ว่า Gypenoside
กลับข้างบน
6. โรคที่เจียวกู่หลานสามารถบรรเทาได้
|
Gray Hair |
ผมหงอกก่อนวัย |
|
Gout |
โรคเก้าท์ |
|
Chronic headache |
ปวดหัวเรื้อรัง |
|
Prostatic hyperplasia |
มะเร็งต่อมลูกหมาก/ เนื้องอก |
|
Hemicrania |
ปวดหัวข้างเดียว |
|
Lack of chondriomere |
การขาดโปรตีนของกระดูกอ่อน |
|
Antistress |
ลดความเครียด |
|
Gall-stone |
นิ่วในถุงน้ำดี |
|
Stomatitis |
อาการอักเสบของเยื่อบุเมือกในปาก |
|
Hepatic desease |
โรคตับอักเสบ |
|
Gingivitis |
เหงือกอักเสบ |
|
Promoting digestion |
ช่วยการย่อยอาหาร |
|
Cough |
ไอ |
|
Gastric ulcer |
กระเพาะอาหารอักเสบ |
|
Asthma |
โรคภูมิแพ้ |
|
Gastroptosis |
กระเพาะอาหารหย่อนผิดปกติ |
|
Phlegm |
แก้เสมหะ |
|
Stomachache |
ปวดท้อง |
|
High Blood Fat |
ไขมันในเลือดสูง |
|
High cholesterol |
คลอเรสเตอรอลสูง |
|
Athlete foot |
เชื้อราที่เท้า |
|
Catch cold |
ไข้หวัด |
|
Cols injury |
ลำไส้เล็กอักเสบ |
|
Irritability |
โรคภูมิแพ้/ ไวต่อการกระตุ้น |
|
Tympanitis |
หูช่องกลางอักเสบ |
|
Tumor |
เนื้องอก |
|
Skin disease |
โรคผิวหนัง |
|
Lowering blood pressure |
ความดันโลหิตต่ำ |
|
Pachylosis |
หนังหยาบแห้ง และ หนา |
|
Lumbago |
ปวดเอว |
|
Rheumatism |
โรคปวดตามข้อ ตามกล้ามเนื้อ |
|
Neuralgia astriction |
อาการปวดเนื่องจากเส้นประสาทหดตัว |
|
Bowel irritability |
ลำไส้ใหญ่อักเสบ |
|
|
|
กลับข้างบน
7. งานวิจัย
ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยของต่างประเทศที่เปิดเผยผลการวิจัยด้านการใช้ประโยชน์จากปัญจขันธ์มาแล้ว ในปี 2524 นักวิจัยญี่ปุ่นเริ่มเปิดเผยผลการศึกษาการใช้ประโยชน์ ตามมาด้วยประเทศจีน และเกาหลี ต่อมามีการขยายความร่วมมือระหว่างบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นกับจีน
กลับข้างบน
8. สารสำคัญและผลวิจัยปริมาณที่ให้ผลเชิงรักษา
เซียนเฉาเจียวกู่หลานมีสารสำคัญหลายชนิดทั้งกลุ่มสาร Gypenosides, กรดอะมิโน, วิตามิน และ แร่ธาตุหายากบางตัว สามารถดูได้จากไฟล์ Active Ingredient and Dose ค่ะ Active Ingredient and Dose.pdf |